งบประมาณในการซื้อเครื่องกลั่นลำดับส่วนป๊าดโธ สุราชุมชน ร้อยเอ็ด

สุราชุมชน ร้อยเอ็ด

งบประมาณในการซื้อเครื่องกลั่นลำดับส่วนป๊าดโธ สุราชุมชน ร้อยเอ็ด

หากเราไม่มีงบประมาณในการซื้อเครื่องกลั่นลำดับส่วน สุราชุมชน ร้อยเอ็ด ก็สามารถใช้หม้อต้มแบบธรรมดา แต่เรานำสุราที่กลั่นแล้ว มากลั่นซ้ำอีกครั้ง จะทำให้เราได้สุราที่มีแอลกอฮอล์สูง และไม่มีกลิ่นวัตถุดิบ แล้วนำมาปรับดีกรีให้เหลือ 40 % โดยการเติมน้ำ แต่อย่ากลั่นถึง 3 ครั้ง เพราะจะกลายเป็นสุราสามทับ ซึ่งก็คือแอลกอฮอล์ ซึ่งเราไม่ได้รับอนุญาตให้ผลิต นอกจากนั้น เทคนิคการผลิตสุรากลั่นที่สำคัญมาก คือการผสมสุราส่วนต่างๆ ที่ได้จากหม้อกลั่น เพื่อให้ได้น้ำสุราที่ต้องการ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า “เบลนดิ้ง” สุราที่เรากลั่นจากหม้อต้ม จะมีดีกรีลดลงเรื่อยๆ ทำให้เราต้องนำแต่ละส่วน มาผสมให้ได้ดีกรีที่ต้องการ นอกจากนั้น เรายังสามารถควบคุมกลิ่นรสของสุรา ให้ได้ตามต้องการได้ โดยการผสมนี่เอง ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญและศิลปะของแต่ละคน เราอาจจะผสมสุราที่กลั่นสองครั้ง กับสุราที่กลั่นครั้งเดียว เพื่อให้ได้กลิ่นของวัตถุดิบ มากน้อยตามที่เราต้องการ แต่กฎหมายไม่อนุญาตให้เราผสมสีหรือกลิ่น หรือแม้แต่สมุนไพรต่างๆ ลงไป อีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญมากเช่นกัน คือการบ่ม สุรา ป๊าดโธ สุราชุมชน ร้อยเอ็ด ที่กลั่นได้ใหม่ๆ ยังมีรสชาติบาดคอ ไม่กลมกล่อม เพราะหลังจากผสมสุราแล้ว น้ำที่เติมลงไป จะยังไม่เข้ากับแอลกอฮอล์ได้อย่างกลมกลืน ถึงแม้จะละลายเป็นเนื้อเดียวกัน แต่โมเลกุลของมันยังไม่ประสานกัน ดังนั้นสุราคุณภาพดีทั้งหลาย จึงต้องบ่มไว้หลายปี สุราต่างประเทศหลายชนิด ทั้งรัม วิสกี้ บรั่นดี ล้วนต้องบ่มในถังไม้โอ๊ค เพื่อให้เกิดกลิ่นรสและสีที่เป็นเอกลักษณ์ของสุราแต่ละชนิด

ป๊าดโธ สุราชุมชน ควบคุมการผลิตสุราให้มีคุณภาพที่ดี

ป๊าดโธ สุราชุมชน บรั่นดีที่กลั่นใหม่ๆ ยังไม่ถือว่าเป็นบรั่นดี เพราะยังไม่มีสีอำพันที่ได้จากการบ่ม และไม่มีกลิ่นหอมชวนดื่ม สุราขาวไทยอาจจะยังไม่สามารถบ่มในถังไม้โอ๊คได้ เพราะห้ามทำสุราสี แต่เราก็ยังควรจะมีการบ่ม อาจจะเก็บสุราไว้ในขวดสักระยะหนึ่งก่อนนำออกจำหน่าย จากการวิเคราะห์สภาพตลาดในปัจจุบัน คาดว่าแม้เราจะควบคุมการผลิตสุราให้มีคุณภาพดีอย่างไร แต่ถ้ายังขายอยู่ในตลาดเหล้าโรง อีกไม่นานจะต้องโดนมรสุมราคาพัดตกทะเลแน่ๆ  เพราะจะมีผู้ผลิตสุราที่ไม่มองภาพรวม ขายสุราตัดราคา เพื่อแย่งตลาด นอกจากนั้นยังมีการส่งสุราของตน ไปขายตัดราคาสุราที่ผลิตในพื้นที่อื่น เช่นสุราภาคอีสานไปขายตัดราคาที่ภาคใต้ เป็นต้น การตลาดแบบนี้จะทำให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ คือสุราที่โดนตัดราคา ก็ต้องลดราคาลง เพื่อสู้กับสุราที่ขายถูกกว่า เมื่อยิ่งลดราคาลง ก็ต้องพยายามลดต้นทุน เพื่อให้มีกำไร เมื่อต้องลดต้นทุน ก็ต้องลดคุณภาพ เช่นใช้วัตถุดิบราคาถูก ไม่ตัดหัวตัดหาง กลั่นอุณหภูมิสูงเพื่อผลิตให้ได้เร็วๆ เป็นต้น และเมื่อคุณภาพลดลง ผู้บริโภคก็ไม่ยอมรับ หรืออาจจะไม่ยอมรับตั้งแต่เห็นราคาถูกๆ แล้ว คือไม่ไว้ใจว่าสินค้าราคาถูกจะปลอดภัย ก็จะทำให้ยอดขายของทุกคนลดลงไปทั้งหมด และในที่สุด สุราชุมชนก็จะตามสาโทไป

จับมือกันยืนราคาป๊าดโธ สุราชุมชน ร้อยเอ็ด

วิธีการตัดวงจรปัญหานี้ ก็คือผู้ผลิตทั้งหมดต้องเข้าใจปัญหาที่จะเกิดขึ้น และจับมือกันยืนราคา หรืออย่างน้อยไม่ลดราคาจนเกินไป และทุกคนต้องขายในพื้นที่ของตนเอง ตามเจตนารมย์ของประกาศฉบับที่ 4 และนโยบายเศรษฐกิจชุมชนแต่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะคนส่วนใหญ่ มีความโลภ และความเห็นแก่ตัวเป็นธรรมดา ดังนั้น โรงงานไหนมีเงินลงทุนหน่อย ก็จะสร้างโรงงาน ซื้อหม้อต้ม ผลิตสุราจำนวนมาก ต้นทุนต่อขวดก็น้อยลง ขายราคาถูกและส่งไปตีตลาดทั่วประเทศ ผู้ผลิตรายอื่นๆ ก็ต้องลดราคาตาม และในที่สุดก็เข้าสู่วงจรต่อไป วิธีหลุดจากวงจร ป๊าดโธ สุราชุมชน ในเมื่อเราวิเคราะห์แล้วว่า เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ผลิตจะตกลงสามัคคีกันได้ (แต่ปัจจุบันผู้ผลิตใน จ. อุบลฯ นครพนม และชุมพร ได้ตั้งกลุ่มและตกลงกันแล้ว แต่จังหวัดอื่นๆ ล่ะ) ดังนั้นผู้ผลิตที่ต้องการผลิตและจำหน่ายสุราชุมชนต่อไป จำเป็นต้องย้ายตลาด จากตลาดเหล้าโรง มาเป็นตลาดสุรากลั่นที่มีภาพพจน์แตกต่าง หรือมีกลุ่มผู้บริโภคที่แตกต่าง เพื่อสามารถจำหน่ายในราคาสูงได้ โดยสุรานั้น จะต้องมีความเป็นมา เรื่องราว ประวัติ หรือเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่น เช่นสุราสมุนไพร ถ้ากฎหมายห้ามปรุงแต่งตอนกลั่นเป็นสุราแล้ว เราก็เอาสมุนไพรมาแช่กับน้ำส่า ให้มีกลิ่นสมุนไพร แล้วเอาไปกลั่น หรือทำสุราผลไม้ อาจจะเรียกว่าบรั่นดีไม่ได้ แต่เราก็ตั้งชื่อของเราเองได้ ให้เป็นชื่อเฉพาะ อาจจะต้องมีคนกลาง ทำหน้าที่ตั้งชื่อให้สุรากลั่นจากผลไม้ชนิดต่างๆ ให้ทุกคนนำไปใช้เหมือนกัน เกิดเป็นเอกลักษณ์ของไทย ที่ไม่มีที่ไหนในโลก เช่นสุรากลั่นจากสับปะรด อาจจะเรียก “สับปะรี” หรืออะไรก็แล้วแต่ สุราผลไม้นี้ ถ้าเราใช้ผลไม้ที่ฝรั่งรู้จักว่าเป็นผลไม้ไทย หรือเป็นผลไม้ที่ฝรั่งนึกถึง เวลานึกถึงทะเลหาดทราย เช่นสับปะรด ก็จะขายฝรั่งได้ โดยเฉพาะฝรั่งซำเหมาวัยรุ่น ที่มาเที่ยวเมืองไทยทีละนานๆ

ภาคใต้ มีการทำสุรากลั่นจากน้ำตาลมะพร้าว

นอกจากนั้น ป๊าดโธ สุราชุมชน ยังมีวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยอีกมาก เช่นข้าว ที่คนไทยไม่ชอบสุรากลั่นจากข้าว เพราะไม่คุ้นเคย ด้วยถูกปิดกั้นมาเป็นเวลาหลายสิบปี แต่ถ้าเอาสุราข้าวไปให้ฝรั่งชิม เขาจะรับได้เลย เพราะเขารู้ว่าเรากินข้าว ดังนั้นก็ไม่แปลกที่จะมีเหล้าจากข้าว และถ้าเราทำคุณภาพให้ได้มาตรฐาน บรรจุในขวดใส ติดฉลากที่สวยงาม ตามแบบฉบับสุราต่างประเทศ ก็อาจจะเอาชนะใจคนไทยได้ในที่สุด ส่วนเรื่องส่งออกไปต่างประเทศ ค่อยว่ากันอีกที เมื่อกลางเดือนตุลาคม ป๊าดโธ สุราชุมชน เพิ่งได้ทราบว่า ทางภาคใต้ มีการทำสุรากลั่นจากน้ำตาลมะพร้าว และน้ำตาลจาก มานานแล้ว และปัจจุบันก็ขออนุญาตผลิตกันอย่างถูกต้อง โดยใช้ไม้เคี่ยม ใส่ลงในน้ำตาลสด ปล่อยให้หมักแล้วนำไปกลั่น ถือเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีที่อื่นในโลก มันมีเรื่องราวในตัวเองที่นำมาเป็นจุดขายได้ แต่ต้องไม่ทำเป็นสุราขาวตลาดล่าง เรื่องราวที่สามารถทำให้เกิดจุดขายของสุราน้ำตาลมะพร้าว อาจจะดูตัวอย่างจากเทกิล่าของเม็กซิโก เขากลั่นจากน้ำหวานของต้นอากาเว่ ซึ่งเป็นต้นไม้ทะเลทรายของเม็กซิโก คล้ายต้นกระบองเพชร แต่กว่าจะเอาน้ำหวานมาจากต้นมันได้ ต้องใช้เวลา 10 ปี กว่าจะโตได้ที่ แถมมีเทกิล่าบางชนิด มีการใส่หนอนของต้นอากาเว่ไว้ตัวหนึ่งลงไปในขวด ลักษณะหนอนก็เหมือนรถด่วนบ้านเรา แต่ทำให้เทกิล่าขวดนั้น ขายแพงขึ้นอีกโข

ป๊าดโธ สุราชุมชน ร้อยเอ็ดจำหน่ายสินค้า OTOPจำหน่ายสินค้า OTOP ทั่วประเทศจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีทุกจังหวัดยุคแห่งการนำเสนอและขายของออนไลน์สินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านสินค้าพื้นบ้านอาหารพื้นบ้านเกษตรกร 100%ร้านค้ารวมสินค้า OTOP จากทุกจังหวัดตัวแทนสินค้ามาส่งถึงมือท่านOTOP ขอนแก่นOTOP ชัยภูมิOTOP ร้อยเอ็ดOTOP กาฬสินธุ์ให้บริการฝาก-ขาย สินค้า OTOPจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านประจำจังหวัดของฝาก ของที่ระลึกอาหารแห้ง อาหารสด

สุราชุมชน ร้อยเอ็ด